วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558

Operation BIM ปฏิบัติการเพื่อภูมิคุ้มกันที่สมดุล

องค์การมหาชน และ บริษัทมหาชน ประสานนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับโลกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัฐเหนือจรดใต้ ร่วมปฏิบัติการ “BIM” (OPERATION “BIM”) เพื่อสุขภาพที่ดีถ้วนหน้าของประชากรโลก ส่งผลให้เกิดอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนที่ใช้ผลไม้ และ ธัญพืชในประเทศไทย เป็นวัตถุดิบ และ เกิดมาตรการที่สามารถยกระดับราคาของผลผลิตทางธรรมชาติเหล่านี้อย่างถาวรต่อเนื่อง

OPERATION “BIM” (Balancing IMmunity) 
จะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถป้องกันสิ่ง และ สารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพและ ก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และ ร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาทางผิวหนัง สะเก็ดเงิน กระเพาะลำไส้อักเสบ ข้อเข่าเสื่อม เบาหวาน อาการแพ้ หัวใจ ตับและไตทำงานผิดปกติ หอบหืด สันนิบาต อาการชัก เป็นต้น

ความสามารถของร่างกายในการป้องกันและ / หรือ ลดอาการผิดปกติในร่างกาย ซึ่งบั่นทอนสุขภาพนี้ เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายสามารถปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุลอยู่ตลอดเวลา ไม่อยู่ในระดับน้อยเกินไปจนติดเชื้อ และ ถูกกระทบโดยสิ่งแปลกปลอมได้ง่าย และไม่อยู่ระดับมากเกินไปจนเกิดอาการผิดปกติ หรือโรคที่เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเอง (Auto-immune diseases) หรือ อีกนัยหนึ่งก็คือ เกิดภาวะภูมิบำบัด (Auto-immunotherapy) ที่ทำให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันสมดุล (Immune Balance หรือ Immunomodulation) ขึ้นในร่างกาย
ความสามารถของร่างกายที่กล่าวถึงข้างต้นเกิดขึ้นจากความสมดุลของ Th1, Th2, Th17 และ Treg cells 
การรวมพลังทางสติปัญญา ความรู้ความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์วิจัยของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์จากหลากหลายสาขาวิชาการ เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์และ เป้าหมายเดียวกัน ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนงบประมาณ จาก องค์การมหาชน สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และ บริษัทมหาชน Asian Phytoceuticals Public Co., Ltd. จึงทำให้เกิด OPERATION “BIM” อันเป็นกระบวนการรวมพลังครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวิทยาศาสตร์ไทย

นักวิทยาศาสตร์ที่มีส่วนร่วมทำให้เกิด OPERATION “BIM” มีมากกว่า 25 คน และ ที่มีบทบาทสำคัญ คือ
1. รศ.ดร. วิลาวัลย์ มหาบุษราคัม (นักวิจัยเคมีอินทรีย์) และ ภ.ญ. รศ.ดร. เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร (เภสัชกรและนักวิจัยจุลชีววิทยา) ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ทำงานการสอนและ การวิจัยในคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มากว่า 20 ปีแล้ว ยังเป็นนักวิจัยชั้นนำของสถานวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในมหาวิทยาลัยเดียวกันอีกด้วย

2. ภ.ญ. รศ.ดร.อำไพ ปั้นทอง ( นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชวิทยา และ พิษวิทยาของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ) ผู้เชี่ยวชาญของ UNESCO ทางด้านการศึกษาฤทธิ์การต้านการอักเสบของสารสกัดจากสมุนไพรในเอเชีย และ ทำการสอนและการวิจัยในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มากกว่า 35 ปี

3. ผศ.ดร. ศิริวรรณ องค์ไชย (นักวิจัยชีวเคมี) นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านผลของสมุนไพรต่อกระดูกอ่อนของศูนย์ความเป็นเลิศในการวิจัยวิศวกรรมเนื้อเยื่อ ทำการสอนและการวิจัย ในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มากว่า 15 ปี

4. ศ.ดร. พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา (นักวิจัยเคมีอินทรีย์และฤทธิ์ชีวภาพของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ) นักวิจัยผู้ศึกษาสารสกัดและฤทธิ์ทางชีวภาพของพืชสมุนไพรกว่า 200 ชนิด เป็นนักวิจัยรับเชิญของสถาบันวิจัยมะเร็ง ในประเทศเยอรมัน ทำการสอนและการวิจัยในคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมเวลา 26 ปี ก่อนหันทิศทางชีวิตออกจากมหาวิทยาลัย จัดตั้งบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการวิจัย พัฒนาและพาณิชย์ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ปัจจุบันเป็น ประธานกรรมการ และ CEO ของ Asian Phytoceuticals Public Co., Ltd.

จุดเริ่มต้นของ OPERATION “BIM” เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 เมื่อคณะนักวิจัยในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับคำแนะนำจากนักการภารโรง (นายเขียว พัฒจรินทร์) ว่าเปลือกมังคุดฝนกับน้ำปูนใส สามารถใช้ทาแผล ทำให้แผลแห้งและหายอย่างรวดเร็ว คณะนักวิจัยจึงเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการแยกสารที่ออกฤทธิ์จากเปลือกมังคุด ซึ่งหากเป็นประโยชน์ก็จะเป็นวิธีการกำจัดขยะจากเปลือกมังคุด ด้วยเหตุนี้การวิจัยเกี่ยวกับมังคุดตามหลักวิทยาศาสตร์สากลในลักษณะของความร่วมมือของนักวิจัยสหสาขาวิชาการ จึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 8 ปี ก่อนจะสรุปได้ว่า สารจากมังคุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือสาร GM-1 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งการเจริญ และ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และ ระงับปวดในสัตว์ทดลอง โดยมีความแรงของฤทธิ์เป็น 3 เท่าของแอสไพริน ลดอาการแพ้ และ แก้ปวดในหนูทดลอง ต้านอนุมูลอิสระได้ดี สมานผิวได้อย่างรวดเร็ว และฆ่าเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ และจากการทดสอบความปลอดภัย พบว่า สาร GM-1 เป็นสารที่มีความปลอดภัยสูง และ ปลอดภัยกว่าสารธรรมชาติที่ให้รสเปรี้ยว (citric acid) ในมะนาวและส้ม ถึง 5 เท่า

จากข้อจำกัดทางด้านเงินทุน และ กฏเกณฑ์ที่ถูกกำหนดขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่ใช้ใน World Health Organization ทำให้การพัฒนา GM-1 ไปใช้เป็นองค์ประกอบของยาแผนปัจจุบันเป็นไปได้น้อยมาก คณะวิจัยจึงได้แต่เพียงนำ GM-1 เสริมกับสารสกัดจากธรรมชาติอื่น ๆ เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอาง สำหรับผู้มีปัญหาสภาพผิวเรื้อรัง จากสิวและอาการแพ้ จากการร่วมวิจัยพัฒนาและ ทดสอบกับ บริษัท Henkel KGa ของประเทศเยอรมัน จึงได้มีการผลิตสบู่ เจลล้างหน้า ครีมบำรุง ครีมกันแดด ครีมอาบน้ำ ครีมสิว ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ สารสกัดจากเปลือกมังคุด GM-1 ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกของโลก โดยไม่มี ส่วนผสมของ Tannin ในเปลือกมังคุด อันอาจทำให้ผิวคล้ำได้อยู่ด้วย

ผลงานวิจัยของคณะนักวิจัยไทย ได้รับการเผยแพร่ทั้งในสื่อภายในประเทศและพิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางวิชาการทั่วโลก ก่อให้เกิดการวิจัยตามมาจากนักวิจัยหลายคณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักวิจัยไทย ใน ค.ศ. 2003 บริษัทอเมริกันบริษัทหนึ่งได้นำผลงานวิจัยเหล่านี้ไปใช้ในการระบุประสิทธิภาพของน้ำมังคุดที่จำหน่ายในอเมริกา และ ขยายออกไปทั่วโลก เกิดการสร้างรายได้ (โดยการจำหน่ายในระบบขายตรงหลายชั้น) 40,000 ล้านบาทในเวลา 2 ปี ทำให้เกิดการแข่งขันในการผลิตและจำหน่ายอย่างกว้างขวาง แต่ทว่า ผลิตภัณฑ์น้ำมังคุดเหล่านี้ล้วนมีสีน้ำตาลเข้มเพราะใช้เปลือกมังคุดผสม ในเชิงวิทยาศาสตร์การผลิตลักษณะนี้เป็นการผลิตที่ง่ายเกินไป และไม่เป็นวิทยาศาสตร์ เพราะเปลือกมังคุดไม่ใช่ของบริโภคแต่ทิ้งเป็นขยะ จะใช้ต้มดื่มบ้างก็ต่อเมื่อใช้แก้อาการท้องเดิน นานๆ ครั้ง คนไทยตั้งแต่สมัยโบราณอาจจะมีประสบการณ์จนเกิดเป็นความรู้ว่า ไม่ควรบริโภคเปลือกมังคุดเพราะก่อให้เกิดโทษได้ ความจริงทางวิทยาศาสตร์ก็เป็นเช่นนั้น เพราะในเปลือกมังคุดมีสารแทนนินอยู่ในปริมาณมาก หากบริโภคมากเกินไปจะทำให้ท้องผูก และเป็นพิษต่อตับ มีผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และ ลดการดูดซึมอาหารผ่านกระเพาะ อีกทั้งมีผลงานวิจัยระบุว่า แทนนินเป็นต้นเหตุของการเกิดมะเร็งในร่องแก้มและทางเดินอาหารได้ด้วย นอกจากนี้เปลือกมังคุดยังอาจปนเปื้อนยาฆ่าแมลงที่ใช้ในการพ่นผลมังคุดในระหว่างการปลูกอีกด้วย

คณะนักวิจัยมังคุดของไทยได้เฝ้าติดตามกรณีของน้ำมังคุดที่จำหน่ายอยู่ด้วยความเป็นห่วงว่า สักวันหนึ่งอาจมีผู้บริโภคน้ำมังคุดที่มีส่วนผสมของเปลือกมากเกินไปจนเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้ ประกอบทั้งมีข่าวเล่ากันว่า มีผู้บริโภคแล้วคันตามตัวบ้าง ท้องผูกบ้าง ท้องเดินบ้าง ดังนั้นในฐานะที่เป็นผู้จุดประกายเกี่ยวกับประโยชน์ของมังคุดจนเกิดผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขึ้น คณะนักวิจัยจึงเริ่มตระหนักถึงหน้าที่ ที่จะต้องให้ความรู้แก่ผู้บริโภคให้พึงระวังถึงผลข้างเคียงอันอาจจะเกิดขึ้น และในขณะเดียวกันก็ควรที่จะต้องเป็นผู้ให้คำแนะนำว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในลักษณะที่ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และ ไร้ผลข้างเคียง ควรจะเป็นเช่นไร

และในปี 2007 เมื่อราคามังคุดตกต่ำลงจนเกือบไม่คุ้มที่จะเก็บผลจากต้น สร้างความทุกข์ให้แก่ชาวสวนที่เฝ้า ฟูมฟัก รักษาผลมังคุดมาตลอดปีด้วยกำลังกาย และ กำลังทรัพย์ คณะนักวิจัยจึงเห็นว่า ถึงเวลาที่จะต้องนำความรู้ ผลงานวิจัย และ ประสบการณ์เกี่ยวกับมังคุดมาใช้ในการแก้ไขปัญหาชาวสวนพร้อม ๆ กับการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า มีความปลอดภัยมากกว่าการดื่มน้ำมังคุดผสมเปลือกหลายเท่าตัว

ด้วยเหตุนี้ OPERATION “BIM” จึงเริ่มขึ้นอย่างจริงจังเป็นกระบวนการต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน

จากการวิจัยเพิ่มเติมพบว่า การใช้สารจากมังคุดบริโภคเพื่อให้เกิดภูมิสมดุลในร่างกายจะต้องใช้ในปริมาณมากจึงจะแสดงประสิทธิภาพ และเมื่อใช้ต่อเนื่องเพื่อเสริมสุขภาพในระยะยาว อาจเกิดการสะสมมากจนกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system) ได้

คณะนักวิจัยจึงได้ใช้ศาสตร์ของการเสริมฤทธิ์ โดยนำสารธรรมชาติสุดยอดจากผลไม้และธัญพืชหลากชนิดผสมกับสาร GM-1 จนได้ ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสูตรพิเศษ BIM หลังจากการทดสอบจนแน่ใจว่ามีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และไร้ผลข้างเคียงแล้ว จึงจดทะเบียนกับสำนักงานอาหารและยา เป็นแคปซูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พร้อมทั้งได้จดสิทธิบัตรสูตรไว้ด้วย

ในขณะเดียวกัน คณะนักวิจัยได้ใช้ความรู้จากปริมาณสารที่มีอยู่ในแคปซูลผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นหลักในการผลิตน้ำมังคุดสกัดเข้มข้นที่ใช้แล้วได้ผลเช่นเดียวกัน โดยที่ไม่มีการเติมสีสังเคราะห์ ไม่เติมน้ำตาล ไม่มีสารกันบูด ไม่แต่งกลิ่นด้วยสารเคมี ไม่มีส่วนเปลือกซึ่งอาจปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ไม่มีแทนนินสีน้ำตาลจากเปลือกในปริมาณมากจนเกิดผลข้างเคียง แต่สามารถช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุล เช่นเดียวกับ ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสูตรพิเศษ BIM และได้ทำการจดสิทธิบัตรกระบวนการผลิตไว้เมื่อกลางปี 2551 นี้

เพียงในระยะเวลา 1 ปี ที่มีผู้ทดลองใช้ ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสูตรพิเศษ BIM โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นแคปซูลเสริมอาหาร ผลที่ได้รับจากการใช้ของผู้บริโภค ได้สร้างความพึงพอใจให้แก่ทั้งผู้บริโภค และ คณะนักวิจัยอย่างมาก ประสิทธิภาพเอนกอนันต์ที่ได้รับรายงานจากผู้บริโภค และ ผลที่ได้จากการทดสอบตามหลักวิทยาศาสตร์สากลในห้องปฏิบัติการ และ ในอาสาสมัคร ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า OPERATION “BIM” จะเป็นปรากฏการณ์สร้างประโยชน์แก่ประชากรทั่วโลกอย่างสูงยิ่ง และ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยโดยถ้วนหน้า ที่นักวิทยาศาสคร์ของไทยสามารถรวมพลังสติปัญญา ความรู้และประสบการณ์ในการคิด “นอกกรอบ” พัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสองรองใคร ในโลกแห่งวิทยาการ
เอกสารประกอบการบรรยาย ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 34

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2558

APCO ต่อยอดผลิตภัณฑ์ ออกใหม่ ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลปัญหาดวงตา


             คณะนักวิจัยของ APCO ได้ทำการทดสอบผลิตภัณฑ์ Operation BIM ต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้สามารถอธิบายประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์  Operation BIM  ในการสร้างความสมดุลของภูมิคุ้มกันตามหลักภูมิคุ้มกันวิทยาล่าสุด
        ปัญหาของตา อันที่เกิดขึ้นจากเนื้อเยื่อของตาเสื่อมตามธรรมชาติ เช่นวุ้นตาเสื่อม สายตายาว ต้อกระจก ต้อหิน ม่านตาอักเสบ จอประสาทตาเสื่อม และอันที่เกิดจากอาการแพ้ภูมิตัวเอง เช่น เบาหวานขึ้นตา พังผืดขึ้นที่ตา นั้น นักภูมิคุ้มกันวิทยาพบว่าอาการต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นจากการสร้างสารจากเม็ดเลือดขาวมากเกินไปจนก่อให้เกิดอาการอักเสบ (
Proinflammatory cytokines) สารที่หลั่งจากเม็ดเลือดขาวได้แก่  IL-1 beta, IL-6, IL-17, TNF-alpha และ IFN-gamma  เป็นต้น
         คณะนักวิจัยของ
APCO ได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีประสิทธิภาพจากสารสกัดจากมังคุด งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง และบัวบก จนได้แคปซูลเสริมอาหารที่พิสูจน์โดยนักภูมิคุ้มกันวิทยา ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ แล้วพบว่าภายใน 15 วัน  สามารถลดสาร  IL-1 Beta (6%) , IL-6 (27%)  , IL-17 (45%)  , TNF-alpha (93%)  และ IFN-gamma   (10%)
 อันเป็นผลทำให้อาการที่เกิดวุ้นตาเสื่อม สายตายาว ต้อกระจก ต้อหิน ม่านตาอักเสบ จอประสาทตาเสื่อม และที่เกิดจากอาการแพ้ภูมิตัวเอง เช่น เบาหวานขึ้นตา พังผืดขึ้นที่ตา อาการต่าง ๆ เหล่านี้จึงลดลงจนเป็นปรกติ

 ปรึกษาปัญหาสุขภาพเพิ่มเติม
 โทร 081-0129364, 096-4213142
 ID Line : chanichaidi

 https://www.facebook.com/bim100.shopchanisa


วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การ์ซีเนีย (บิมสีเขียว)

Garcinia แคปซูล
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 
ประกอบด้วยส่วนผสมของสารที่มีคุณสมบัติเด่นๆ ในมังคุดตามที่มีรายงานในวงการวิทยาศาสตร์มาแล้วในปริมาณที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีส่วนผสมของสารจากธรรมชาติที่ปลอดภัยอื่น เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของสารสรรพคุณมังคุดให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้นอีก โดยปราศจากผลข้างเคียง และได้มาตรฐานที่สามารถส่งออกไปจำหน่ายได้ในตลาดโลก 

เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยของคณะนักวิจัยนำโดย ศาสตราจารย์ ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา และ ศ.ดร. พิเชษฐ์ เป็นผู้ควบคุมการผลิตเองให้มีสรรพคุณและประสิทธิภาพสูงปลอดภัย และไร้ผลข้างเคียง

การทำงานของแคปซูลการ์ซีเนี่ย
แคปซูล การ์ซีเนี่ยไม่ใช่ยา จึงไม่ได้เข้าไปจัดการกับสิ่งผิดปกติในร่างกายโดยตรง แต่ไปฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรงและปรับระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สมดุลย์ และร่างกายก็จะดูแลและจัดการกับสิ่งผิดปกติเหล่านั้นตามธรรมชาติด้วยตัวของ แต่ละบุคคลเอง ภาวะที่เกิดขึ้นนี่เรียกว่าภูมิบำบัด ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม bim นี้สามารถทานควบคู่ไปกับยาของหมอได้ ไม่มีผลข้างเคียงใดๆเนื่องจากผลิตจากผลไม้และธัญพืช

เสริมสุขภาพทั่วไป

มะเร็ง ซีส เนื้องอก
ภูมิแพ้ แพ้อากาศ ไซนัส SLE

กระเพาะ กรดไหลย้อน
ริดสีดวงทวาร ลำไส้ ตับ ไต
ไมเกรน ปวดประจำเดือน

ขนาดบรรจุ 50 แคปูล ราคาสมาชิก 1,220.-บาท
ขนาดบรรจุ 90 แคปูล ราคาสมาชิก 1,890.-บาท

Operation BIM

BIM เป็นสารอาหารสกัดที่ประกอบด้วย มังคุด งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง บัวบก สกัดในส่วนที่ดีที่สุดนำมาผสมในสัดส่วนที่เสริมฤทธิ์กัน..เป็นงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย ในเครือ APCO..สูตรอาหารนี้บรรจุในแคปซูลเมื่อเราทาน BIM เข้าไปเท่ากับเราทานอาหารที่ดี สามารถเข้าสู่ระดับเซลล์ร่างกายใช้ได้ทันที..และมีผลโดยตรง.. กับการปรับความสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน และเสริมสร้างซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ
BIM ไม่ใช่ยา แต่ BIM คืออาหารยาคือสารสังเคราะ
BIMคือสารสกัดธรรมชาติยาทำหน้าที่รักษา บรรเทาอาการ
iทานยาเชื่อหมอทำตามหมออย่างมีวินัยทานBIMเชื่อ ดร.พิเชษฐ์ ทานตามสูตร ตามปริมาณ ตามเวลา อย่างมีวินัย...เพราะสิ่งนี้เรียกว่าการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม..ในต่างประเทศใช้วิธีการเช่นนี้มานานแล้ว ในการรักษาผู้ป่วย..
BIM คือ สารอาหาร ไม่ใช่ยา การทาน BIM จึงปลอดภัยไร้ผลข้างเคียง ธรรมชาติเมื่อร่างกายรับสารอาหารจะใช้หมด ถ้าเกินร่างกายจะมีขบวนการขับออกจากร่างกาย ไม่ตกค้างที่ตับ หรืออวัยวะอื่น
ภูมิสมดุลคือสิ่งสำคัญสำหรับร่างกาย เพราะถ้ามีน้อยเกินไปก็จะทำให้เกิดภูมิแพ้ เบาหวานชนิดที่ 1 ข้ออักเสบรูมาตอยด์ สะเก็ดเงิน หอบหืด ลมพิษ มีมากเกินไปก็จะทำให้เป็นโรคมะเร็ง ไวรัสตับอักเสบ HIV เริม งูสวัด วัณโรค ติดเชื้อจากไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา เป็นต้น
ธรรมชาติก็คือสิ่งที่สร้างเม็ดเลือดขาวให้ดูแลสุขภาพด้วยการปรับระดับภูมิคุ้มกันให้สมดุล การปรับภูมิคุ้มกันให้สมดุลของเม็ดเลือดขาวมีประสิทธิภาพสูงก็เพราะว่า เม็ดเลือดขาวในร่างกายของคนเรานี่มีเยอะมาก ผู้ชายมีถึง สองหมื่นล้านถึงห้าหมื่นห้าพันล้านเม็ด ส่วนในผู้หญิงก็อาจจะมีประมาณสัก 95 % ของผู้ชาย เม็ดเลือดขาวเหล่านี้สื่อถึงกันอย่างรวดเร็วผ่านปฏิกิริยาลูกโซ่ของสารสื่อกลางที่หลั่งออกมาเพื่อให้ทำงานร่วมกัน เม็ดเลือดขาวนี้เราจะแบ่งหน้าที่ของมันออกเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มแรกก็คือ Phagocyte , NK cell และ cytotoxic T cell ทำหน้าที่ทำลาชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส เนื้องอกและมะเร็ง
กลุ่มที่สอง คือ B cell และ plasma cell ทั้งสองเซลส์นี้จะสร้างภูมิคุ้มกัน (Antibudy) ต่อสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย (Antigen)
กลุ่มที่สาม คือ T helper cell กลุ่มนี้จะส่งสื่อสัญญาณถึงเม็ดเลือดขาวในกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ให้ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย
T helper cell เราเรียกย่อว่า Th cell เมื่อถูกกระตุ้นด้วยเซลส์มะเร็ง เชื้อรา ไวรัสและแบคทีเรีย มันก็จะกลายเป็น Th1 ซึ่งจะหลั่งสาร IFN-y และ TNF-a ออกมาแล้วก็ไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตในร่างกายของเราให้ทำหน้าที่จัดการกับสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย คือ เซลส์มะเร็ง เชื้อรา ไวรัสและแบคทีเรีย นี่คือกลไกการป้องกันตัวเองของ Th1 แต่ในกรณีที่มี Th1 มากเกินไปจะก่อให้เกิดโรคแพ้ภูมิตัวเอง เช่น ปลอกประสาทอักเสบ โรคหนังแข็ง เบาหวานประเภทที่ 1
นอกจากนี้ Th cell ยังปรับตัวให้เป็น Th2 เมื่อถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้และก็พวกหนอนพยาธิ ซึ่ง Th2 ก็จะหลั่งสาร IL-4 , IL-5 ,IL-10, IL-13 แล้วสารกลุ่มนี้ก็จะไปกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดขาวอีกชนิดหนึ่งก็คือ Eosinophil ให้ไปจัดการกับสารก่อภูมิแพ้และหนอนพยาธิ แต่อย่างไรก็ตามถ้ามี Th2 มากเกินไปก็จะก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ แพ้ภูมิตัวเอง เช่นข้อเข่าอีกเสบ กระดูกพรุน โรคช่องปาก ตับแข็ง ไทรอย มะเร็งเม็ดเลือดขาว สะเก็ดเงิน ไขมันอุดตันเส้นเลือด หอบหืด มดลูกอักเสบ คลอดก่อนกำหนด นอนหลับไม่ปรกติ ฯลฯ
ซึ่งอาการเหล่านี้เยอะมาก เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันเกิดจากต้นตอเดียวกัน นอกจากนี้ Th cell ยังสามารถกลายสภาพเป็น Th17 ซึ่งเป็นเซลส์เม็ดเลือดขาวที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะค้นพบเมื่อปี 2008 Th17 นี้หลั่งสาร IL-17 , IL-22 แล้วก็ไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาวอื่น ๆ ให้ทำหน้าที่จัดการกับสิ่งแปลกปลอม เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส เนื้องอกและมะเร็งได้ ซึ่งก็เป็นเซลส์ที่ดี แต่ถ้ามีมากเกินไปจะก่อให้เกิดความรุนแรงของสะเก็ดเงิน ข้อเข่าอักเสบ เบาหวานประเภทที่ 1 ลำไส้อักเสบหรืออุดตัน
นอกจากนี้ก็มีอีกตัวนึงซึ่งเราเรียกว่า T regulatore cell ซึ่งจะหลั่งสาร IL9, IL10 ซึ่งจะไปควบคุมให้ระดับของ Th1 , Th2 และ Th17 ที่มีมากเกินไปให้มีปริมาณลดลง เพราะฉะนั้นจะเป็นตัวที่ควบคุมระบบภูมิคุ้มกันไม่ให้เกิดมากเกินไป อย่างไรก็ตามถ้า T regulatore มีมากเกินไปก็จะเกิดการทำลายสิ่งแปลกปลอมได้ยากขึ้น เพราะมันไปควบคุมการสร้าง Th1 , Th2 และ Th17 ให้มีน้อยลง
การวิจัยการทำงานของบิมกับมะเร็ง
เกิดขึ้นจากการที่ผู้มีปัญหามะเร็งเมื่อบริโภคผลิตภัณฑ์บิมแล้วก็พบว่ามีคุณภาพชีวิตดีขึ้น จึงได้มีการทำงานร่วมกับศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวะการแพทย์เพื่อให้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์บิมในการยกระดับภูมิคุ้มกันของร่างกาย
การการศึกษาของศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวะการแพทย์สูตรจากคณะวิจัย APCO พบว่าการทานแคปซูลการ์ซีเนีย (บิมสีเขียว) เพียง 4 แคปซูลต่อวัน สามารถเพิ่มเม็ดเลือดขาว Th1 ได้ 2 เท่า และ Th17 ได้ถึง 5 เท่า และทั้งสองเม็ดเลือดขาวนี้เองก็เป็นตัวที่ไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาเพชฌฆาตให้ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เมื่อเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ไปจัดการกับเซลส์มะเร็งได้ดีขึ้นจึงทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับน้ำมังคุดสูตรบิม
สาเหตุที่น้ำมังคุดสูตรบิมไปช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นก็เพราะว่าในน้ำมังคุดสูตรบิมนี้ เราปรับวิธีการผลิตอย่างได้มาตรฐานให้มีสาร GM1 และก็มีสาร Alpha Hydroxyacids ซึ่งสามารถไปจับธาตุเหล็กอิสระที่เซลส์มะเร็งใช้เป็นตัวเร่งในการขยายตัว ธาตุเหล็กอิสระเป็นอาหารเสริมของเซลส์มะเร็งที่ทำให้เซลส์มะเร็งเจริญเติบโตเร็กว่าเซลส์ปรกติในร่างกาย ในขณะเดียวกันก็มีสาร HCA ซึ่งสารตัวนี้มันจะไประงับการสร้างไขมันของเซลส์มะเร็ง เมื่อเซลส์มะเร็งไม่สามารถสร้างไขมัน มันก็ไม่สามารถสร้างเยื่อบุผนังของเซลส์มะเร็งได้ น้ำมังคุดสูตรบิมนี้ ยังมีสาร Polysaccharides ในปริมาณมาก สาร Polysaccharides เป็นสารที่มีประโยชน์และก็สามารถจัดการกับเซลส์มะเร็งได้ค่อนข้างดี เป็นสารชนิดเดียวกันกับที่พบในเห็ตที่บอกว่ามีสรรพคุณสูงทั้งหลาย น้ำมังคุดบิมเป็นน้ำมังคุดที่มี Polysaccharides สูงที่สุดในจำนวนน้ำมังคุดทั้งหมด
คณะนักวิทยศาสตร์ Operation BIM สรุปได้ว่า"ภูมิคุ้มกันที่สมดุลในร่างกายเกิดขึ้นจากความสมดุลของ Th1 , Th2 , Th17 และ Treg "
ดูแลภูมิร่างกายให้สมดุลเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง
เลือกผลิตภัณฑ์ Operation BIM
Call center 096-4213142 , 081-0129364
ID Line : chanichaidi